สารเร่งเนื้อแดง (Beta-adrenergic agonists หรือ Beta-agonists) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่อยู่ในกลุ่มของสารกระตุ้น (Sympathomimetics) ซึ่งออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาบ้า (Amphetamine) และยาอี (Ephridine) มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด ประสาทส่วนกลาง และมีผลขยายหลอดลม จึงถูกนำมาใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืด แต่มีผลข้างเคียงทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น และกล้ามเนื้อหัวใจสั่นพลิ้วได้
นอกจากนี้ ยังพบอาการกระวนกระวาย หวาดกลัว ชะลอการคลอด และยังช่วยลดความอ้วน เนื่องจากยามีผลไปลดการสะสมของไขมัน กล่าวคือ สารเร่งเนื้อแดงจะก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงต่อร่างกายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าสารนี้จะไปกระตุ้นที่ Receptor ชนิดใด
มีรายงานในประเทศสเปนว่าระหว่างปี ค.ศ.1989-1990 ผู้ป่วยจำนวน 135 รายมีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อสั่นและปวดศีรษะ หลังจากบริโภคตับโคที่มีสาร Clenbuterol ปริมาณ 160-219 ppb นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีผู้ป่วยจำนวน 22 รายในประเทศฝรั่งเศส มีอาการใจสั่นหลังจากบริโภคตับโคซึ่งมีสาร Clenbuterol ปริมาณ 375-500 ppb
สำหรับในปศุสัตว์เกษตรกรใช้ Clenbuterol และ Salbutamol ผสมในอาหารสัตว์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพซากหรือช่วยในการขุนสัตว์ โดยหวังผลให้มีเนื้อแดงมากและไขมันน้อยซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่วนมากจะใช้ Clenbuterol ผสมในอาหารสุกรขุนที่ระดับ 4-8 ppm หรือหากใช้ Salbutamol ที่ระดับ 2-8 ppm จะทำให้ไขมันสันหลังสุกรบางลงคุณภาพซากและอัตราแลกเนื้อดีขึ้น
“สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข” ได้จัดทำโครงการเก็บตัวอย่างเนื้อสุกรและเนื้อโคที่วางจำหน่ายในตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ 2550 เพื่อตรวจสอบสารเร่งเนื้อแดงด้วยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อสุกร 249 ราย และผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อโค 97 ราย รวมจำนวนตัวอย่าง 346 ราย ออกเก็บตัวอย่างรายละ 1 ตัวอย่าง ในพื้นที่ 30 เขต ครอบคลุม 11 กลุ่มเขต ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์แสดงดังตารางต่อไปนี้
ตารางที่ 1 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและเนื้อโค
และเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขต |
จำนวนตัวอย่างที่ตรวจ (ตัวอย่าง) |
ผลการตรวจที่เป็นบวก (ตัวอย่าง) |
ร้อยละ
|
|
กรุงธนบุรี |
29 |
5 |
17.24 |
|
บูรพา |
26 |
6 |
23.08 |
|
มหาสวัสดิ์ |
26 |
3 |
11.54 |
|
พระนครเหนือ |
94 |
21 |
22.34 |
|
สนามชัย |
24 |
2 |
8.33 |
|
เจ้าพระยา |
12 |
0 |
0 |
|
ตากสิน |
9 |
2 |
22.22 |
|
รัตนโกสินทร์ |
13 |
0 |
0 |
|
ลุมพินี |
36 |
7 |
19.44 |
|
ศรีนครินทร์ |
34 |
1 |
2.94 |
|
วิภาวดี |
43 |
6 |
13.95 |
|
ผลการตรวจรวม |
346 |
53 |
15.32 |

ตารางที่ 1 พบผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในตลาดสด
พื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต จากผู้ประกอบการ 346 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 53 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 15.32 ของตัวอย่างเนื้อสัตว์ที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากการเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อสัตว์จำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกมากที่สุดในตลาดของกลุ่มเขตบูรพา (23.08%) กลุ่มเขตพระนครเหนือ (22.34%) กลุ่มเขตตากสิน (22.22%) กลุ่มเขตลุมพินี (19.44%) กลุ่มเขตกรุงธนบุรี (17.24%) กลุ่มเขตวิภาวดี (13.95%) กลุ่มเขตมหาสวัสดิ์ (11.54%) กลุ่มเขตสนามชัย (8.33%) และกลุ่มเขตศรีนครินทร์ (2.94%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในกลุ่มเขตรัตนโกสินทร์และกลุ่มเขตเจ้าพระยาด้วย
ตารางที่ 2 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกร
และเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขต |
จำนวนตัวอย่างที่ตรวจ (ตัวอย่าง) |
ผลการตรวจที่เป็นบวก (ตัวอย่าง) |
ร้อยละ
|
|
กรุงธนบุรี |
23 |
3 |
13.04 |
|
บูรพา |
19 |
4 |
21.05 |
|
มหาสวัสดิ์ |
21 |
1 |
4.76 |
|
พระนครเหนือ |
67 |
12 |
17.91 |
|
สนามชัย |
16 |
1 |
6.25 |
|
เจ้าพระยา |
6 |
0 |
0 |
|
ตากสิน |
7 |
2 |
28.57 |
|
รัตนโกสินทร์ |
9 |
0 |
0 |
|
ลุมพินี |
30 |
6 |
20 |
|
ศรีนครินทร์ |
21 |
1 |
4.76 |
|
วิภาวดี |
30 |
5 |
16.67 |
|
ผลการตรวจรวม |
249 |
35 |
14.06 |
ตารางที่ 2 พบผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรที่จำหน่ายในตลาดสด
พื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต จากผู้ประกอบการ 249 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 35 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 14.06 ของตัวอย่างเนื้อสุกรที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากการเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อสุกรจำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกในเนื้อสุกรมากที่สุดในตลาดสดของกลุ่มเขตตากสิน (28.57%) รองลงมาได้แก่ กลุ่มเขตบูรพา (21.05%) กลุ่มเขตลุมพินี (20%) กลุ่มเขตพระนครเหนือ (17.91%) กลุ่มเขตวิภาวดี (16.67%) กลุ่มเขตกรุงธนบุรี (13.67%) กลุ่มเขตสนามชัย (6.25%) กลุ่มเขตมหาสวัสดิ์ (4.76%) และกลุ่มเขตศรีนครินทร์ (4.76%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในกลุ่มเขตรัตนโกสินทร์และกลุ่มเขตเจ้าพระยาด้วย
ตารางที่ 3 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโค
และเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขต |
จำนวนตัวอย่างที่ตรวจ (ตัวอย่าง) |
ผลการตรวจที่เป็นบวก (ตัวอย่าง) |
ร้อยละ
|
|
กรุงธนบุรี |
6 |
2 |
33.33 |
|
บูรพา |
7 |
2 |
28.57 |
|
มหาสวัสดิ์ |
5 |
2 |
40 |
|
พระนครเหนือ |
27 |
9 |
33.33 |
|
สนามชัย |
8 |
1 |
12.50 |
|
เจ้าพระยา |
6 |
0 |
0 |
|
ตากสิน |
2 |
0 |
0 |
|
รัตนโกสินทร์ |
4 |
0 |
0 |
|
ลุมพินี |
6 |
1 |
16.67 |
|
ศรีนครินทร์ |
13 |
0 |
0 |
|
วิภาวดี |
13 |
1 |
7.69 |
|
ผลการตรวจรวม |
97 |
18 |
18.56 |
ตารางที่ 3 ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโคที่จำหน่ายในตลาดสด
พื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต จากผู้ประกอบการ 97 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 18 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 18.56 ของตัวอย่างเนื้อโคที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากการเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อโคจำแนกตามกลุ่มเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกในเนื้อโคมากที่สุดในตลาดของกลุ่มเขตมหาสวัสดิ์ (40%) กลุ่มเขตกรุงธนบุรี (33.33%) กลุ่มเขตพระนครเหนือ (33.33%) กลุ่มเขตบูรพา (28.57%) กลุ่มเขตลุมพินี (16.67%) กลุ่มเขตสนามชัย (12.50%) และกลุ่มเขตวิภาวดี (7.69%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในกลุ่มเขตรัตนโกสินทร์ กลุ่มเขตตากสิน กลุ่มเขตเจ้าพระยา และกลุ่มเขตศรีนครินทร์ด้วย
ตารางที่ 4 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและเนื้อโคที่จำหน่าย
ในตลาดสดและเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขตที่เข้าทำการเก็บตัวอย่างตรวจ |
เขตที่เข้าทำการ เก็บตัวอย่างตรวจ |
ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดง |
||
|
จำนวนตัวอย่างเนื้อสัตว์ (ตัวอย่าง) |
ผลการตรวจ ที่เป็นบวก (ตัวอย่าง) |
ร้อยละ
|
||
|
กรุงธนบุรี |
บางกอกน้อย |
14 |
3 |
21.43 |
|
คลองสาน |
15 |
2 |
13.33 |
|
|
บูรพา |
บางกะปิ |
16 |
2 |
12.5 |
|
สวนหลวง |
6 |
2 |
33.33 |
|
|
บึงกุ่ม |
4 |
2 |
50 |
|
|
มหาสวัสดิ์ |
บางแค |
9 |
2 |
22.22 |
|
หนองแขม |
17 |
1 |
5.88 |
|
|
พระนครเหนือ |
สายไหม |
17 |
1 |
5.88 |
|
ดอนเมือง |
5 |
1 |
20 |
|
|
ลาดพร้าว |
4 |
0 |
0 |
|
|
บางเขน |
68 |
19 |
27.94 |
|
|
สนามชัย |
บางขุนเทียน |
5 |
0 |
0 |
|
บางบอน |
10 |
1 |
10 |
|
|
ทุ่งครุ |
9 |
1 |
11.11 |
|
|
เจ้าพระยา |
บางคอแหลม |
3 |
0 |
0 |
|
ยานนาวา |
9 |
0 |
0 |
|
|
ตากสิน |
จอมทอง |
7 |
1 |
14.29 |
|
ภาษีเจริญ |
2 |
1 |
50 |
|
|
รัตนโกสินทร์ |
ดุสิต |
13 |
0 |
0 |
|
ลุมพินี |
บางรัก |
7 |
1 |
14.29 |
|
ปทุมวัน |
8 |
1 |
12.5 |
|
|
พญาไท |
11 |
3 |
27.27 |
|
|
วัฒนา |
10 |
2 |
20 |
|
|
ศรีนครินทร์
วิภาวดี
ผลการตรวจรวม |
มีนบุรี |
11 |
0 |
0 |
|
หลักสี่ |
9 |
0 |
0 |
|
| ประเวศ |
9 |
0 |
0 |
|
|
ลาดกระบัง |
5 |
1 |
20 |
|
| จตุจักร |
28 |
3 |
10.71 |
|
|
คันนายาว |
7 |
2 |
28.57 |
|
|
บางซื่อ |
8 |
1 |
12.5 |
|
| 30 เขต |
346 |
53 |
15.32 |
|
ตารางที่ 4 ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและเนื้อโคที่จำหน่ายในตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต จากผู้ประกอบการ 346 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 53 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 15.32 ของตัวอย่างเนื้อสุกรและเนื้อโคที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากการเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อสุกรและเนื้อโคจำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกในเนื้อสุกรและเนื้อโคมากที่สุดในตลาดของเขตบึงกุ่มและภาษีเจริญ (50%) รองลงมาได้แก่ ตลาดในเขตสวนหลวง (33.33%) เขตคันนายาว (28.57%) เขตบางเขน (27.94%) เขตพญาไท (27.27%) เขตบางแค (22.22%) เขตบางกอกน้อย (21.43%) เขตดอนเมือง (20%) เขตวัฒนา (20%) เขตลาดกระบัง (20%) เขตจอมทอง (14.29%) เขตบางรัก (14.29%) เขตคลองสาน (13.33%) เขตบางกะปิ (12.5%) เขตปทุมวัน (12.5%) เขตบางซื่อ (12.5%) เขตทุ่งครุ (11.11%) เขตจตุจักร (10.71%) เขตบางบอน (10%) เขตหนองแขม (5.88%) และเขตสายไหม (5.88%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในเขตลาดพร้าว เขตบางขุนเทียน เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตดุสิต เขตมีนบุรี เขตหลักสี่ และเขตประเวศด้วย
ตารางที่ 5 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรที่จำหน่ายในตลาดสด
ของแต่ละเขตและเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขตที่เข้าทำการเก็บตัวอย่างตรวจ |
เขตที่เข้าทำการ เก็บตัวอย่างตรวจ |
ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดง |
||
|
จำนวนตัวอย่างเนื้อสุกรตรวจ |
ผลการตรวจ ที่เป็นบวก |
ร้อยละ
|
||
|
กรุงธนบุรี |
บางกอกน้อย |
11 |
2 |
18.18 |
|
คลองสาน |
12 |
1 |
8.33 |
|
|
บูรพา |
บางกะปิ |
12 |
1 |
8.33 |
|
สวนหลวง |
5 |
2 |
40 |
|
|
บึงกุ่ม |
2 |
1 |
50 |
|
|
มหาสวัสดิ์ |
บางแค |
6 |
0 |
0 |
|
หนองแขม |
15 |
1 |
6.67 |
|
|
พระนครเหนือ |
สายไหม |
13 |
1 |
7.69 |
|
ดอนเมือง |
3 |
1 |
33.33 |
|
|
ลาดพร้าว |
4 |
0 |
0 |
|
|
บางเขน |
47 |
10 |
21.28 |
|
|
สนามชัย |
บางขุนเทียน |
3 |
0 |
0 |
|
บางบอน |
7 |
1 |
14.29 |
|
|
ทุ่งครุ |
6 |
0 |
0 |
|
|
เจ้าพระยา |
บางคอแหลม |
1 |
0 |
0 |
|
ยานนาวา |
5 |
0 |
0 |
|
|
ตากสิน |
จอมทอง |
5 |
1 |
20 |
|
ภาษีเจริญ |
2 |
1 |
50 |
|
|
รัตนโกสินทร์ |
ดุสิต |
9 |
0 |
0 |
|
ลุมพินี |
บางรัก |
7 |
1 |
14.29 |
|
ปทุมวัน |
7 |
1 |
14.29 |
|
|
พญาไท |
8 |
3 |
37.5 |
|
|
วัฒนา |
8 |
1 |
12.5 |
|
|
ศรีนครินทร์
วิภาวดี
ผลการตรวจรวม
|
มีนบุรี |
5 |
0 |
0 |
|
หลักสี่ |
6 |
0 |
0 |
|
| ศรีตาก่ำ |
7 |
0 |
0 |
|
|
ลาดกระบัง |
3 |
1 |
33.33 |
|
| จตุจักร |
17 |
2 |
11.76 |
|
|
คันนายาว |
6 |
2 |
33.33 |
|
|
บางซื่อ |
7 |
1 |
14.29 |
|
| 30 เขต |
249 |
35 |
14.06 |
|
ตารางที่ 5 ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรที่จำหน่ายในตลาดสด 30 เขต จากพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต ผู้ประกอบการ 249 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 35 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 14.06 ของตัวอย่างเนื้อสุกรที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อสุกรจำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกในเนื้อสุกรมากที่สุดในตลาดของเขตภาษีเจริญและเขตบึงกุ่ม (50%) รองลงมาได้แก่ ตลาดในเขตสวนหลวง (40%) เขตพญาไท (37.5%) เขตดอนเมือง (33.33%) เขตคันนายาว (33.33%) เขตลาดกระบัง (33.33%) เขตบางเขน (21.28%) เขตจอมทอง (20%) เขตบางกอกน้อย (18.18%) เขตบางบอน (14.29%) เขตบางรัก (14.29%) เขตปทุมวัน (14.29%) เขตบางซื่อ (14.29%) เขตวัฒนา (12.5%) เขตจตุจักร (11.76%) เขตคลองสาน (8.33%) เขตบางกะปิ (8.33%) เขตสายไหม (7.69%) และเขตหนองแขม (6.67%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในเขตบางแค เขตลาดพร้าว เขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตดุสิต เขตมีนบุรี เขตหลักสี่ และเขตประเวศด้วย
ตารางที่ 6 แสดงผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโคที่จำหน่ายในตลาดสด
ของแต่ละเขตและเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์จำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ
|
กลุ่มเขตที่เข้าทำการเก็บตัวอย่างตรวจ |
เขตที่เข้าทำการ เก็บตัวอย่างตรวจ |
ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดง |
||
|
จำนวนตัวอย่างเนื้อโคตรวจ |
ผลการตรวจ ที่เป็นบวก |
ร้อยละ
|
||
|
กรุงธนบุรี |
บางกอกน้อย |
3 |
1 |
33.33 |
|
คลองสาน |
3 |
1 |
33.33 |
|
|
บูรพา |
บางกะปิ |
4 |
1 |
25 |
|
สวนหลวง |
1 |
0 |
0 |
|
|
บึงกุ่ม |
2 |
1 |
50 |
|
|
มหาสวัสดิ์ |
บางแค |
3 |
2 |
66.67 |
|
หนองแขม |
2 |
0 |
0 |
|
|
พระนครเหนือ |
สายไหม |
4 |
0 |
0 |
|
ดอนเมือง |
2 |
0 |
0 |
|
|
บางเขน |
21 |
9 |
42.86 |
|
|
ตากสิน |
จอมทอง |
2 |
0 |
0 |
|
รัตนโกสินทร์ |
ดุสิต |
4 |
0 |
0 |
|
ศรีนครินทร์ |
มีนบุรี |
6 |
0 |
0 |
|
หลักสี่ |
3 |
0 |
0 |
|
|
ประเวศ |
2 |
0 |
0 |
|
|
ลาดกระบัง |
2 |
0 |
0 |
|
|
วิภาวดี |
จตุจักร |
11 |
1 |
9.09 |
|
คันนายาว |
1 |
0 |
0 |
|
|
บางซื่อ |
1 |
0 |
0 |
|
|
สนามชัย |
บางขุนเทียน |
2 |
0 |
0 |
|
บางบอน |
3 |
0 |
0 |
|
|
ทุ่งครุ |
3 |
1 |
33.33 |
|
|
เจ้าพระยา
ลุมพินี
รวม 11 กลุ่มเขต |
บางคอแหลม |
1 |
0 |
0 |
|
ยานนาวา |
5 |
0 |
0 |
|
| ปทุมวัน |
1 |
0 |
0 |
|
|
พญาไท |
2 |
0 |
0 |
|
|
วัฒนา |
3 |
1 |
33.33 |
|
| 27 เขต |
97 ตัวอย่าง |
18 ตัวอย่าง |
18.56 |
|
ตารางที่ 6 ผลการตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโคที่จำหน่ายในตลาดสด 27 เขต ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 กลุ่มเขต จากผู้ประกอบการ 97 ราย ตรวจพบตัวอย่างที่ให้ผลเป็นบวก 18 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 18.56 ของตัวอย่างเนื้อโคที่ทำการตรวจทั้งหมด โดยจากการเปรียบเทียบอัตราผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อโคจำแนกตามเขตต่างๆที่เข้าทำการสำรวจ พบการตรวจที่ให้ผลเป็นบวกในเนื้อโคมากที่สุดในตลาดของเขตบางแค (66.67%) รองลงมาได้แก่ ตลาดในเขตบึงกุ่ม (50%) เขตบางเขน (42.86%) เขตบางกอกน้อย (33.33%) เขตคลองสาน (33.33%) เขตทุ่งครุ (33.33%) เขตวัฒนา (33.33%) เขตบางกะปิ (25%) และเขตจตุจักร (9.09%) ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบผลการตรวจเป็นลบในเขตสวนหลวง เขตหนองแขม เขตสายไหม เขตดอนเมือง เขตจอมทอง เขตดุสิต เขตมีนบุรี เขตหลักสี่ เขตประเวศ เขตลาดกระบัง เขตคันนายาว เขตบางซื่อ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตปทุมวัน และเขตพญาไทด้วย
ตารางที่ 7 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง
ในเนื้อสุกรและโคที่ทำการตรวจวิเคราะห์แยกตามกลุ่มเขต
|
กลุ่มเขต |
จำนวนตัวอย่างที่ทำการตรวจ |
ผลการตรวจวิเคราะห์ |
ค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงที่ทำการตรวจ |
|
|
บวก |
ลบ |
|||
|
กรุงธนบุรี |
29 |
5 |
24 |
0.3056897 |
|
พระนครเหนือ |
94 |
21 |
73 |
0.5127011 |
|
บูรพา |
26 |
6 |
20 |
0.4884800 |
|
มหาสวัสดิ์ |
26 |
3 |
23 |
0.591154 |
|
สนามชัย |
24 |
2 |
22 |
0.423330 |
|
เจ้าพระยา |
12 |
0 |
12 |
0.62000 |
|
ตากสิน |
9 |
2 |
7 |
0.285170 |
|
รัตนโกสินทร์ |
13 |
0 |
13 |
0.512308 |
|
ลุมพินี |
36 |
7 |
29 |
0.711100 |
|
ศรีนครินทร์ |
34 |
1 |
33 |
0.310700 |
|
วิภาวดี |
43 |
6 |
37 |
0.582000 |
|
11 กลุ่มเขต |
346 ตัวอย่าง |
53 |
293 |
รวม |
ตารางที่ 7 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและโคที่ทำการตรวจวิเคราะห์แยกตามกลุ่มเขตทั้ง 11 กลุ่มเขต พบค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและโคสูงที่สุดที่กลุ่มเขตลุมพินี (0.7111) รองลงมาได้แก่ กลุ่มเขตเจ้าพระยา (0.62 ) กลุ่มเขตมหาสวัสดิ์ (0.591145) กลุ่มเขตวิภาวดี (0.582) กลุ่มเขตพระนครเหนือ (0.5127011) กลุ่มเขตรัตนโกสินทร์ (0.512308) กลุ่มเขตบูรพา (0.48848) กลุ่มเขตสนามชัย (0.42333) กลุ่มเขตศรีนครินทร์ (0.3107) กลุ่มเขตกรุงธนบุรี (0.3056897) และกลุ่มเขตตากสิน (0.28517) ตามลำดับ
จึงกล่าวได้ว่ากลุ่มเขตที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการพบเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างวางจำหน่ายมากที่สุดคือ กลุ่มเขตลุมพินี โดยมีค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและโคอยู่ที่ 0.7111 และกลุ่มเขตที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการพบเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างวางจำหน่ายน้อยที่สุดคือ กลุ่มเขตตากสิน โดยมีค่าเฉลี่ยของปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและโคอยู่ที่ 0.28517
ซึ่งวิธีการตรวจสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ด้วยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) เป็นเทคนิคการตรวจเบื้องต้น จึงไม่สามารถนำผลที่ได้ไปอ้างอิงในทางกฎหมาย ดังนั้น หากต้องการผลการตรวจที่สามารถยืนยันผลและอ้างอิงทางกฎหมายได้ จำเป็นต้องทำการตรวจด้วยเทคนิคทางสเปคโทรสโกปี (LCMSMS, GCMS, HPLC) ต่อไป
อย่างไรก็ตามวิธีการตรวจสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ด้วยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) เป็นวิธีการตรวจที่มีต้นทุนการตรวจต่อหน่วยถูกกว่าวิธีการตรวจด้วยเทคนิคทางสเปคโทรสโกปี (LCMSMS, GCMS, HPLC) จึงมีประโยชน์ในการนำข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ที่ได้มาประกอบการวางแผนเฝ้าระวังและควบคุมการจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกับมาตรการอื่นๆที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลด้านอาหารปลอดภัย (Food safety) ต่อไป
จากการสำรวจสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรโดยเฉพาะการสุ่มตรวจตัวอย่างเนื้อสัตว์ในตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ.2544 - 2546 ซึ่งเป็นการสำรวจของ คุณกนกวรรณ พีระพงศ์ ให้ผลการสำรวจเหมือนกับ คุณฉวีวรรณ์ ภูชนะศรี โดยผลการสำรวจในปี พ.ศ.2544 พบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในตัวอย่างเนื้อสุกรที่สุ่มเก็บตัวอย่างในตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 37.50 ปี พ.ศ.2545 คิดเป็นร้อยละ 90.74 ซึ่งจากการสำรวจในปีนี้ตรวจพบตัวอย่างเนื้อสุกรมีการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงสูงมาก แต่ในปี พ.ศ.2546 กลับตรวจพบตัวอย่างเนื้อสุกรมีการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับผลการสำรวจในปี พ.ศ.2545 แต่ยังสูงกว่าผลการสำรวจเมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2544 ซึ่งในปี พ.ศ.2546 ตรวจพบตัวอย่างเนื้อสุกรมีการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง คิดเป็นร้อยละ 44.74 ทั้งนี้ อาจมีผลสืบเนื่องมาจากการริเริ่มดำเนินนโยบายด้านอาหารปลอดภัยอย่างจริงจังของรัฐบาลในขณะนั้น
และจากผลการสำรวจสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรโดยเฉพาะการสุ่มตรวจตัวอย่างเนื้อสัตว์ในตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อเนื่องมาในปี พ.ศ.2547 โดย คุณฉวีวรรณ์ ภูชนะศรี ตรวจพบตัวอย่างเนื้อสุกรมีการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงเพียงร้อยละ 1.33 เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของผลการดำเนินนโยบายอาหารปลอดภัยของรัฐบาลในขณะนั้น
จากสรุปผลการสำรวจสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกรที่จำหน่ายในตลาดสดพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครข้างต้น ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.2549 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2550 เพื่อการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ด้วยเทคนิค Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) แบบ Direct antigen competitive ELISA ของ นสพ.ธนัช บัวชุม (กลุ่มชันสูตรโรคสัตว์) และคณะ พบแนวโน้มของการตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรเริ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2547 ของ คุณฉวีวรรณ์ ภูชนะศรี
ซึ่งผลการสำรวจของ นสพ.ธนัช และคณะ ตรวจพบร้อยละ 14.06 และการสำรวจครั้งนี้ได้ทำการสุ่มตรวจสารเร่งเนื้อแดงในตัวอย่างเนื้อโค ซึ่งผลการสำรวจตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโค คิดเป็นร้อยละ 18.56 ทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเกิดการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อในกระบวนการผลิตสุกรเพื่อการจำหน่ายกำลังจะกลับมา และเป็นที่น่าตกใจที่ผลการสำรวจในครั้งนี้ยังได้ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อโคสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานสูงถึงร้อยละ 18.56 โดยผลการสำรวจสารเร่งเนื้อแดงจากตัวอย่างเนื้อสุกรและเนื้อโคที่สุ่มเก็บตัวอย่างจากตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานครในครั้งนี้ สามารถสะท้อนปัญหาของการกลับมาลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในกระบวนการผลิตสุกรเพื่อการจำหน่ายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตลาดสดพื้นที่กรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนปลายทางของตลาดค้าเนื้อสัตว์ที่มีการลำเลียงเนื้อสัตว์มาจากแหล่งต่างๆทั่วประเทศ และจากผลการสำรวจข้างต้นพอบ่งบอกได้ว่าเกิดปัญหาการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงเพื่อปรับคุณภาพซากและเร่งการเจริญเติบโต นอกจากการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสุกรแล้ว ผลการสำรวจยังตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงอีกด้วย
การนำข้อมูลจากผลการตรวจวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์
8.1 “สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร” โดย “สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข” ตรวจวิเคราะห์สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ให้ผลบวกถึง 15.32% และได้แจ้งผลการตรวจวิเคราะห์กับผู้ประกอบการ พร้อมอธิบายผลกระทบของสารเร่งเนื้อแดงต่อสุขภาพของผู้บริโภค และได้แนะนำผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อสัตว์ให้เลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่มีการตรวจควบคุมคุณภาพเนื้อสัตว์ที่ดีและมีผลการตรวจยืนยันด้านคุณภาพเนื้อสัตว์และสารตกค้างในเนื้อสัตว์
พร้อมนี้ “สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข” ได้ใช้ข้อมูลของผลการตรวจวิเคราะห์ประกอบการวางแผนเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในตลาดสด เพื่อการรณรงค์ให้สุขศึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้อเนื้อสัตว์มาบริโภคให้ปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนากระบวนการตรวจควบคุมคุณภาพเนื้อสัตว์และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการใส่ใจต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และการตรวจวิเคราะห์เนื้อสัตว์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลด้านอาหารปลอดภัย (Food safety) ต่อไป
8.2 ทำการแจ้งเวียนสรุปผลการตรวจวิเคราะห์แก่สำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องได้ทราบสถานการณ์ปัจจุบันของสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสุกรและโคที่จำหน่ายในตลาดสด ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นตามหลักวิชาการที่สามารถใช้ประกอบการวางแผนเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในตลาดสดตามหลักวิชาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลด้านอาหารปลอดภัย (Food safety) ต่อไป
8.3 ทำการสรุปผลการตรวจวิเคราะห์ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานฯ เพื่อแจ้งข่าวต่อผู้บริโภค พร้อมทั้งข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ โดยสังเขปดังนี้
ข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อเนื้อสัตว์
ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแผงจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มีการรับรองผลการตรวจคุณภาพเนื้อสัตว์และสารตกค้างในเนื้อสัตว์และมีการดูแลแผงจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ถ้าไม่มีทางเลือกควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแผงจำหน่ายที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ส่วนการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่น่าจะปลอดจากสารเร่งเนื้อแดง คือ ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่มีสีสดใสตามธรรมชาติ มีความชุ่มช่ำคือเมื่อหันทิ้งไว้จะพบน้ำซึมออกมาบริเวณที่ผิว และไม่ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงคล้ำหรือมีสีแดงจัด เนื้อแน่นแข็งเมื่อหั่นทิ้งไว้จะมีลักษณะเนื้อค่อนข้างแห้ง และในเนื้อสุกรปกติโดยทั่วไปจะมีมัน 1 ส่วนต่อเนื้อแดง 2 ส่วน แต่สำหรับเนื้อสุกรที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจะมีปริมาณเนื้อแดงสูงถึง 3 ส่วนและมีมันเพียงเล็กน้อย
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ
1. การไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการบางรายที่ไม่เห็นความสำคัญจึงไม่เข้าร่วมโครงการ ประกอบกับความเข้าใจผิดว่าหากตรวจแล้วพบผลบวกจะมีความผิด ซึ่งต้องสร้างแรงจูงใจต่อไป
2. การตรวจสารเร่งเนื้อแดงด้วยเทคนิค ELISA แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ใช้สำหรับตรวจตัวอย่างเบื้องต้น เพียงเพื่อการเฝ้าระวังเชิงระบาดวิทยาเท่านั้น แต่ก็ยังมีต้นทุนการตรวจต่อหน่วยค่อนข้างสูง (ประมาณ 500 บาท/ตัวอย่าง) อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการมีปริมาณจำกัด จึงส่งผลต่อการวางแผนการสุ่มเก็บตัวอย่างที่อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่เข้าดำเนินการ
3. การตรวจสารเร่งเนื้อแดงด้วยเทคนิค ELISA ไม่สามารถนำผลการตรวจที่ได้ไปอ้างอิงทางกฎหมาย จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่ต้องการนำผลการตรวจนี้ไปประกอบการดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มีผลการตรวจเป็นบวก
กลุ่มชันสูตรโรคสัตว์
สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข
เอกสารอ้างอิง
1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. 2546. ปัญหายาตกค้างในเนื้อสัตว์และแนวทางแก้ไข เล่ม 1
http://elib.fda.moph.go.th/eliblegibin/opacexe.exe?opt=crd&op=dsp&bid=11603&gst=…
2. โรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี. 2546. จดหมายข่าวเภสัชสนเทศ ปีที่ 5 ฉบับที่ 8 เรื่อง สารเร่งเนื้อแดง
3. กนกวรรณ พีระพงษ์. 2546. เอกสารวิชาการ เรื่อง การศึกษาปัญหาสารเร่งเนื้อแดง(เบต้า-อะโกนิสต์)
ตกค้างในเนื้อสุกรที่จำหน่ายในประเทศไทย. กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข. http://elib.fda.moph.go.th/libery/fulltext1/private/picture.asp?temp=14100
4. ฉวีวรรณ์ ภูชนะศรี. 2547. เอกสารวิชาการ เรื่อง แนวทางการตรวจสอบทำหลักฐานกรณีพบสารปนเปื้อน
ในอาหารที่วางจำหน่ายในตลาดสด. กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหาร กระทรวงสาธารณสุข
http://elib.fda.moph.go.th/libery/fulltext2/private/picture.asp?temp=14202
5. ธงชัย เฉลิมชัยกิจ. 2544. ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เอกสารประกอบการเสวนา เรื่อง เบต้า-อะโกนิสต์ : สารเร่งเนื้อแดง.
การเสวนา “เนื้อหมูปลอดสาร ผู้บริโภคปลอดภัย”. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
6. ประภัสสร อนันต์ และประสบพร ทองนุ่น. 2550. เอกสารวิชาการ เรื่อง การสำรวจสารกลุ่มเบต้า-อะโกนิสต์
กับปริมาณความเข้มข้นที่ตรวจพบในปัสสาวะสุกรในภาคใต้ของประเทศไทยโดยวิธีอีไลซ่า.
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครราชศรีธรรมราช. Thai-NIAH eJournal
ISSN 1905-5048, http://www.dld.go.th/niah, V2 N2 (September-desember 2007)
7. สุพัตรา ศรีไชยรัตน์. 2545. ผู้อำนวยการหลักสูตรสหสาขาเภสัชวิทยา บัณฑิตวิทยาลัย
ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เอกสารประกอบการบรรยาย
เรื่อง สารเบต้า-อะโกรนิสต์คืออะไร. นำเสนอในโครงการอบรมสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ กทม.
8. สุบัณฑิต นิ่มรัตน์. 2550. อันตรายจากสารเร่งเนื้อแดง. สมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย
http://thaipigs.igetweb.com/idex.php?mo=3&art=24893
9. สุรศักดิ์ บุญพานิชยการกุล. 2546. เอกสารวิชาการ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการนำเข้าเภสัชเคมีภัณฑ์
ที่นำเข้าไปใช้ในทางที่ผิด. กองงานด้านอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข. http://elib.fda.moph.go.th/libery/fulltext2/private/picture.asp?temp=14100