ความรู้เกี่ยวกับโรคแท้งติดต่อในสุกร (Brucellosis)

โรคบรูเซลโลซิส หรือโรคแท้งติดต่อในสุกร (Brucellosis) เป็นโรคติดเชื้อซึ่งตรวจพบมาตั้งแต่ปี 1914 โดยแยกเชื้อได้จากทารกในครรภ์ (fetus) ของสุกรที่แท้งออกมา เราสามารถพบโรคนี้ได้ทั่วโลก เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และประเทศในทวีปเอเชีย โดยพบได้ทั้งในสุกรเลี้ยงและสุกรป่า โรคนี้เป็นปัญหาทั้งทางด้านสาธารณสุข และส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากการแท้งลูกในครรภ์

 

            โรคบรูเซลโลซิสเกิดโรคอย่างแพร่หลายในสัตว์หลายชนิดและเป็นโรคสัตว์สู่คน โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในกลุ่มวิชาชีพที่เสี่ยง เช่น เกษตรกร คนงานโรงฆ่าสัตว์ คนขายสุกร และนายสัตวแพทย์ เป็นต้น การติดเชื้อในคนนั้นมักเป็นแบบช้าๆ แต่ส่งผลรุนแรง ซึ่งอาการมักจะไม่จำเพาะเจาะจง โดยอาจทำให้เกิดไข้ขึ้นๆลงๆ  ในรายที่ได้รับเชื้อจาก B. melitensis  แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการในอวัยวะต่างๆของร่างกาย (systemic) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบ Reticuloendothelial เช่น ไขกระดูก ม้าม ตับ และต่อมน้ำเหลือง พบว่ามีอยู่ 4 สปีชีส์ที่มีรายงานการเกิดโรคในมนุษย์ ได้แก่ B. abortus , B. melitensis , B. suis และ B. canis

 

โรคบรูเซลโลซิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Brucella group  ได้แก่

- Brucella abortus, biovars 1-6 และ 9 มักพบในโค กระบือ 
- Brucella melitensis, biovars 1-3 พบในแพะ แกะ 
- Brucella suis, biovars 1-5 พบในสุกร
- Brucella canis 1-3 พบในสุนัข

 

เชื้อสามารถถูกทำลายได้ง่ายเมื่อถูกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้กันทั่วไป  เช่น

- สารฆ่าเชื้อ Phenol 1% ตายในเวลา 15 นาที 
- ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสอยู่ได้ 10 นาที 
- ถูกแสงแดดส่องอยู่ได้ 3 ชั่วโมง 
- มีชีวิตอยู่ในอากาศได้นาน 6 สัปดาห์ 
- อยู่ในดินและน้ำได้นาน 10 สัปดาห์

 

 

สัตว์นำโรค

มีสัตว์หลายชนิดที่เป็นพาหะ โดยพาหะที่สำคัญที่สุด ได้แก่ โค กระบือ สุกร แพะ แกะ และสุนัข

 

การติดต่อของโรค

1. โดยการกินอาหารที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์สัตว์ที่เป็นโรคและปรุงไม่สุกเพียงพอ

2. โดยการสัมผัส เช่น ถูกรกลูกอ่อนที่แท้ง ปัสสาวะ ปุ๋ย ซากสัตว์  โดยพบมากใน

    นายสัตวแพทย์และคนดูแลสัตว์ด้วยการติดเชื้อเข้าทางผิวหนังผ่านทางบาดแผลและเยื่อบุ
3. ทางอากาศ (Airborne infection) เมื่อละอองในบรรยากาศมีเชื้อไปสัมผัสผิวหนัง

    เยื่อบุผิวหนัง หรือเซลล์ในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจติดเชื้อในลักษณะนี้ได้จาก

    Dried Animal Substanced เช่น ผงฝุ่นจากขนแกะ
4. โดยบังเอิญ (Accidental inoculation) พบในนายสัตวแพทย์และผู้ที่ทำงานใน

    ห้องปฏิบัติการ โดยควรระวังเรื่องซากสัตว์ จึงควรป้องกันการติดเชื้อด้วยการปรับปรุง

    สิ่งแวดล้อม รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล และต้องปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน

 

 

การติดต่อในสัตว์

            อาจเป็นทางปาก Mucocutaneous หรือแมลงดูดเลือด (Insects, Ticks, Mites) การติดเชื้อในเห็บโดยการกัดและจากสิ่งขับถ่ายที่มีเชื้อใน Coxal fluid


ระยะฟักตัวของโรค

            ระยะฟักตัวของโรคนี้แตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับจำนวนของเชื้อที่สัตว์ได้รับและชนิดของเชื้อ รวมทั้งอาการแพ้โรคของสัตว์แต่ละชนิด ระยะฟักตัวจึงต่างกันมากระหว่าง 7 วันถึง 7 เดือนหรือนานกว่านั้น 

 

อาการในคน

            ระยะฟักตัว 1-15 สัปดาห์ ถ้าเป็น Brucellar melitensis อาการจะเป็นมากกว่าชนิดอื่น โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูงๆต่ำๆ เบื่ออาหาร เหงื่อออก หนาวสั่น กล้ามเนื้อแข็งตึง อ่อนเพลีย ไอ เจ็บหน้าอกและตามข้อต่างๆ เช่น ข้อสะโพก หรือกระดูกสันหลัง  อุจจาระผูก น้ำหนักตัวลดลงเรื่อยๆ และอาจมีอาการนอนไม่หลับ เป็นต้น  ซึ่งอาการต่างๆเหล่านี้อาจเป็นๆหายๆ ทำให้เสียเวลาในการทำงานตลอดทั้งปี และอาจมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะและตับอักเสบ แต่ไม่มีอาการเฉพาะของโรคทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก

 

 

อาการในสุกร

            อาการที่พบในสุกรแต่ละฝูงนั้นแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการเพียงเล็กน้อยจนเจ้าของฟาร์มหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสังเกตไม่พบ โดยอาการที่พบทั่วไป ได้แก่ การแท้ง ไม่มีความสมบูรณ์พันธุ์ (infertility) อัณฑะอักเสบ (orchitis) อัมพาตที่ส่วนท้าย (posterior paralysis) และขาเจ็บ (lameness)  มักจะไม่พบอาการไข้ ทั้งแบบที่มีไข้ตลอด (persisting) และแบบที่มีไข้ขึ้นๆลงๆ (undulating)  อาการที่พบอาจจะพบแบบเป็นๆหายๆ และมักไม่ทำให้สุกรตาย

 

            การแท้งสามารถพบได้ตลอดช่วงของการตั้งท้อง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ได้รับเชื้อเข้าไปมากกว่าช่วงของการตั้งท้อง อัตราการแท้งจะสูงที่สุดหากแม่สุกรได้รับเชื้อในช่วงของการผสม โดยจะพบได้ภายใน 17 วันหลังจากได้รับเชื้อจากน้ำเชื้อที่มีเชื้อ B. suis ผสมอยู่  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกมองข้ามไปโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

            เหตุการณ์ที่มักทำให้เจ้าของฟาร์มเริ่มสงสัยว่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในฟาร์ม ก็คือ การที่มีการกลับสัดในช่วง 30-45 วันหลังผสม อาจพบสิ่งคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือไม่ก็ได้ แต่หากพบก็มักจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย  การแท้งที่เกิดขึ้นในช่วงกลางและท้ายของการตั้งท้องนั้น มักเกิดในแม่สุกรที่ได้รับเชื้อในช่วงหลัง 35-40 วันของการตั้งท้อง แม่สุกรมักจะขับเชื้อออกทางสิ่งคัดหลั่งของช่องคลอดได้นานประมาณ 30 วัน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถขับเชื้อออกได้นานกว่านี้ แม่สุกรส่วนใหญ่มักจะหายจากการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ และหากมีการพักระบบสืบพันธุ์สัก 2-3 รอบมักจะมีอัตราการผสมติดดีเหมือนเดิม

 

            ในพ่อพันธุ์นั้น หากมีการติดเชื้อแต่ไม่เข้าสู่ระบบสืบพันธุ์แล้วอาจหายได้ แต่หากมีการติดเชื้อของระบบสืบพันธุ์แล้วมักจะไม่หายจากโรค โดยที่ accessory gland และอัณฑะมักจะโดนทำลายอย่างมากจนไม่สามารถกลับมาดีดังเดิมได้ ทำให้พ่อสุกรเกิดความไม่สมบูรณ์พันธุ์ และไม่มีความอยากผสม  ลักษณะภายนอกที่พบคือ อัณฑะอักเสบ  อย่างไรก็ตาม ก็มีพ่อสุกรบางตัวที่ยังคงอยากผสมพันธุ์และมักเป็นตัวแพร่เชื้อซึ่งมักจะปนมากับน้ำเชื้อได้

 

            อาการในลูกสุกรดูดนมและสุกรอนุบาลนั้น ได้แก่ การอักเสบของกระดูกสันหลัง (spondylitis) ทำให้เกิดอัมพาตในส่วนท้ายของลำตัว (posterior paralysis) บางครั้งมักพบอาการดังกล่าวได้บ้างในสุกรรุ่น

 

 

            วิการ

            วิการที่พบในสุกรที่ป่วยด้วย B. suis ไม่แน่นอน อาจพบมีก้อนหนองอยู่ภายในอวัยวะต่างๆ หรืออาจพบเนื้อตายหลุดลอกบนผนังเยื่อเมือก อาจพบการอักเสบแบบมีหนองกระจายอยู่บนรก (placenta)  นอกจากนี้ ยังพบเนื้อตายของเนื้อเยื่อบุผิวอีกด้วย

 

            การรักษา

            การรักษาโรคบรูเซลโลซิสได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ทั้งในด้านของประสิทธิภาพและความคุ้มทุน การให้ยาต้านจุลชีพได้ผลเพียงแต่กำจัดเชื้อในกระแสเลือดเท่านั้น หลังจากนั้นเชื้อจะแฝงอยู่ภายในเนื้อเยื่อขอร่างกายสัตว์  อย่างไรก็ตาม การให้ยาต้านจุลชีพก็ยังมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น ในกรณีที่ไม่ต้องการให้มีการแพร่กระจายตัวของโรคและแสดงอาการของโรคออกมา

 

            สำหรับมนุษย์ที่ติดโรคบรูเซลโลซิสนั้นอาจเลือกใช้ doxycycline ร่วมกับ streptomycin  หรือ doxycycline ร่วมกับ rifampicin  หรือใช้ยาในกลุ่ม quinolones ซึ่งมีรายงานว่าสามารถให้ผลการรักษาดี

 

 

            การป้องกันและควบคุมโรค

            พบว่าการควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร การควบคุมการผสม และหากให้เศษอาหารแก่สุกรต้องทำให้สุก เป็นวิธีการควบคุมโรคที่ได้ผลดีที่สุด  และในส่วนของการกำจัดโรคออกจากพื้นที่นั้นมีอยู่สามวิธี ดังต่อไปนี้

1. กำจัดฝูงสุกรที่ตรวจพบว่าเป็นโรคทั้งฝูง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

2. กำจัดสุกรโตและเก็บสุกรหย่านมไว้ทำพันธุ์ กรณีที่ต้องการ

    เก็บสายพันธุ์ที่ดีไว้ แต่มักไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

3. คัดออกเฉพาะสุกรที่ให้ผลบวกต่อการตรวจหาแอนติบดีต่อเชื้อ

    และทำการตรวจซ้ำให้บ่อยที่สุด วิธีนี้ได้ผลในกรณีที่มีการติดเชื้อในฟาร์มน้อย

 

 

กลุ่มชันสูตรโรคสัตว์
สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข

X
Loading